เมื่อแฟนเรายังคุยกับแฟนเก่า ทำยังไงดี5

ในตอนนี้เราขอเสนอในกรณีที่แฟนหนุ่มของคุณเกิดอาการร้อนตัวหรือกินปูนร้อนท้องที่ออกแนวโวยวายใช้ตนข่มท่านแบบเทรนด์หนุ่มเจ้าชู้แต่ถ้าคุณเป็นสาวที่ไม่อยากมีปัญหาหรืออีกนับนึงคือเป็นหนุ่มสาวที่มีสมองที่รู้จักนึกคิดอย่างชาญฉลาด ไม่อยากต่อกลอนกับหนุ่มหรือสาวที่ต่อล้อต่อเถียงอย่างไร้เหตุผลเรามีวิธีมาให้สาวๆ ได้มาประยุกษ์ใช้กันค่ะ

  • เมื่อข้อมูลของคุณไม่ชัดเจนจนมีจุดพกพร่อง การที่จะเปิดปากพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ของมือที่สามที่เข้ามาทำลายความสัมพันธ์หรือมาเขย่าความรักของคุณนั้น คุณควรที่จะทำการบ้านมาพอสมควรเพราะเมื่อคุณรับรู้ถึงมันอย่าเพียงแต่ใช้อารมย์ควรใช้เหตุผลมาเป็นใหญ่ ถ้าคุณยังไม่มีข้อมูลอยู่อย่างเพียงพอเพื่อที่จะมาโต้เถียงหรือมาอธิบายว่าทำไมคุณถึงหึงหวงหรืออยากจะกล่าวถึงบุคคลที่สามแบบนี้คุณอย่าประมาทจนเขาดิ้นหลุดมือไปง่ายๆ ฉะนั้นทำการบ้านมาก่อนที่จะโต้เถียงเป็นดีที่สุด ซึ่งคุณสามารถที่จะตอบคำถามได้อย่างวางใจและสามารถเข้าถึงคำโกหกของเขาได้
  • เมื่อเขาหรือเธอใช้เสียงข่ม ให้สงสัยเองไว้ก่อนเลยว่าเซ้นส์ของคุณถูกค่ะ แต่ในนี้คือกรณีที่ถ้าคุณไม่ใช่คนเริ่มปัญหา หรือถามคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาจนเขาหรือเธออาจจะรำคาญจำได้มั้ยคะว่า ไม่ว่าจะตั้งคำถามหรือกทำอะไรก็แล้วแต่ควรมีสติ คุณควรมีข้อมูลที่แน่นพอสำหรับข้อกล่าวหาที่คุณจะเอ่ยออกไปค่ะเพราะถ้าคุณไม่มีข้อมูลที่แน่นอนและใช้แต่อารมย์ในการตัดสินใจเกินไป แผนที่ทำเอาไว้อาจจะพังโดยไม่เป็นท่า คุณควรที่จะมีสติแล้วเงียบเพื่อทำให้ตัวคุณเองเหนือกว่า
  • เมื่อเขาหรือเธอตัดสินใจออกไปข้างนอก ในทุกครั้งที่คุณเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูดแฟนชองคุณจะทำท่าออกไปหาเพื่อนหรือไปที่อื่น สิ่งที่คุณควรทำคือรู้ว่าเขาจะไปที่ไหน หากไปตามผับที่เขาชอบไปคุณอาจจะแอบแวะไปดูได้ แต่ถ้าจะไปบ้านเพื่อนก่อนที่เขาจะออกไปคุณควรโทรหาเพื่อนของเขาเพื่อที่จะทำข้อตกลงว่า “เมื่อคุณโทรไปหาเพื่อนของแฟนคุณเขาเองก็จะรับโทรศัพท์ของคุณอย่างเสียไม่ได้เพราะก่อนที่เขาจะออกไป ส่วนใหญ่จะให้พ้นประตูหน้าบ้านไปก่อน แต่ถ้าคุณสามารถดักทางของเขาเอาไว้ก็จะไม่มีข้ออ้างใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ แต่ถ้าทั้งคู่ไม่รับให้แน่ใจได้เลยค่ะว่า ทั้งคู่โกหกอย่างแน่นอน
  • เมื่อเขาหรือเธอไม่พูดปล่อยให้คุณคิดเอง หากเมื่อคุณเองต้องโต้เถียงกับแฟนอย่างไม่ตั้งใจหรือคุณอาจจะใส่อารมย์จนแฟนของคุณต้องนั่งทำหน้างอและสงบปากสงบคำไม่ตอบโต้โดยใช้กลยุทธ์เงียบสงบสยบความเคลื่อนไหวโดยใช้ความเงียบเหงามาชนะคุณแต่ควรที่จะตั้งสติให้มากที่สุดนะคะ เพราะเมื่อเขาหรือเธอสงบไม่พูดไม่จา คุณเองก็ควรที่จะนิ่งและสงบปากสงบคำเหมือนกัน สำหรับสาวใจร้อนนั้นก็อาจจะมีเรื่องที่ทำให้รำคาญใจจนอาจจะพูดอะไรที่จะทำให้ความสัมพันธ์สั่นคลอนได้ คุณควรที่จะเงียบและปล่อยให้เขาพูดก่อน แต่อย่าเพิ่งใจอ่อนนะคะ ถ้าเมื่อเขาหรือเธออยากจะพูดคุณควรที่จะมีความอดทนพอดูค่ะ และเริ่มที่จะพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแฟนเก่าต่อปค่ะ คุณสามารถยื่นคำขาดได้ว่า “ถ้าเราไม่สามารถพูดถึงสิ่งนี้ได้ ฉัน/ผมกะไม่คุยอีกต่ไป” เพราะถาคนรักของคุณยังแคร์เขาหรือเธอจะเริ่มเปิดปากพูดค่ะ
  • นิ่งให้สนิทอย่าใจร้อน เมื่อคุณเป็นคนรักที่อารมย์ร้อนควรที่นิ่งให้สนิทในการพูดหรือเจรจา เพราะจำเอาไว้นะคะ ไม่มีใครอยากพูดกับคนที่เสียงดังหรือพูดอย่างไม่มีเหตุผล (เพราะใช้อารมย์โดยล้วนๆ) ในการพูดคุย ไม่มีใครอยากที่จะพูดด้วยแน่นอน คุณเองไม่ควรดื่มแอลกอฮอลล์เพื่อย้อมใจหรือทำอารมย์ให้ร้อนเกินไปในการพูดคุยครั้งนี้เพราะคุณจะเป็นคนที่ดูไร้เหตุผลและงี่เง่าโดยปริยายค่ะ

เบาะรองนั่งราคาถูก เบาะรองนั่งสุขภาพ มีให้เลือกหลายแบบเลยจร้าา คลิกเล้ยยย

เบาะรองนั่งราคาส่ง

เมื่อแฟนเรายังคุยกับแฟนเก่า ทำยังไงดี…4

เพื่อนั่งสังเกตุพฤติกรรมของคุณแฟนตัวดีไปแล้ว จนทะลุทะลวงแล้วมาถึงคราวที่คุณจะมาเค้นเพื่อค้นหาความจริงแล้วล่ะค่ะ เพราะการที่เมื่อเราสงสัยแล้วนั่งอยู่เฉยๆ ความจริงก็คงจะไม่กระจ่างขึ้นมาสักทีหรอกนะคะ ที่สำคัญเรามีวิธีที่แยบยลและถ้าหากคุณเล่นมันเนียนจริงๆ รับรองว่าเค้าไม่มีทางสงสัยแน่ๆ เพราะคิดจะทำการใหญ่อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่นเชียว

  • สังเกตุพฤติกรรมของคนใกล้ตัวของเขาหรือเธอ ให้สังเกตุคนที่สนิทกับเขาหรือเธอมากที่สุดเพราะส่วนใหญ่คนที่แฟนของคุณจะปรึกษาด้วยจะเป็นเพื่อนสนิท เพื่อนที่ทำงานหรือแม้แต่พี่น้อง อย่าไปถามเอาโต้งๆ ว่ารู้เรื่องอะไรของสองคนนี้หรือเปล่า เมื่อมีโทรศัพท์ที่ต้องสงสัยโทรเข้ามา แค่คิดลองสังเกตุเวลาที่แฟนคุณมีสายแปลกๆ เข้ามาหรืออ่านข้อความแล้วเพื่อนของเขาเห็นหรือเหมือนจะรู้อะไร โดยสังเกตุทางสายตา ท่าทาง และคำพูดที่ดูผิดแปลกไปจากเดิม และพยายามจะพูดเรื่องอื่นกลบเกลื่อน ให้ตั้งข้อสังเกตุเอาไว้ก่อนค่ะว่าต้องมีอะไรแน่ๆ
  • ชมรมแม่บ้าน (พ่อบ้าน) เมื่อคุณอยากแทรกซึมเข้าไปถึงแหล่งข้อมูลอย่างแท้จริงคุณอาจจะไม่อยากที่จะตีสนิทกับเพื่อนแฟนก็คงดูจะเกินหน้าเกินตาเกินไป คุณควรออกไปเที่ยวหรือตีสนิทกับแฟนของเพื่อนของเขาหรือเธอ การตั้งสมาคมอย่างลับๆ ไม่ได้ทำให้ใครเจ็บ อย่างที่บอกคือเพื่อนย่อมรู้ความจริงเสมอและอาจจะบอกต่อกับแฟนของเขาหรือเธอด้วย การล้วงเอาข้อมูลลับจากแฟนของเพื่อนของแฟนคุณด้วย เพราะในเพศเดียวกันย่อมมีความเห็นใจซึ่งกันและกันมากกว่าเพสตรงข้าม คุณอาจจะได้ข้อมูลดีๆ จากสาวๆ หรือหนุ่มๆ คนนั้นก็ได้ค่ะ
  • ฉลาดเป็นกรด อย่านั่งซึมมัวแต่คิดนู่นคิดนี่จนปวดหัว อยากจะเป็นคนรักที่ทันคนเจ้าชู้ต้องคิดให้ทัน เมื่อเขามาแบบนี้คุณก็ต้องตอบไปอีกแบบนึงเช่น ถ้าเขาอ้างว่าไปกับเพื่อนกลุ่มนี้คุณก็อาจจะขอหลักฐานเพื่อยืนยันว่าเค้าอยู่กับเพื่อนจริงๆ เช่น การเช็คอิน รูปถ่าย เป็นต้นค่ะ
  • ลองไปเจอแบบเซอร์ไพรส์ แต่อย่าทำมันบ่อยนัก เพราะเขาอาจจะไหวตัวหรือสงสัยได้ คุณอาจจะบอกว่าแวะมาแถวนี้หรือมาทำธุระแถวนี้เพื่อแวะไปที่ที่ทำงาน (ในกรณีที่แฟนเก่าของเขาทำงานอยู่ที่เดียวกัน) แต่อย่าลืมว่าควรหาซื้ออะไรติดไม้ติดมือไปด้วยเพราะมันอาจจะดูเหมือนตั้งใจที่จะไปจับผิดเขามากเกินไป คุณควรที่จะแวะระหว่างทางเพื่อซื้อขนมไปด้วยล่ะ เอาเป็นว่า ถ้าหากไปถึงแล้วบรรยากาศมันดูกดดันทันทีที่คุณเข้าไปหรือเพื่อนร่วมงานของเขามองคุณ หรือแฟนเก่าของเขาหรือเธอแปลกๆ นั่นให้ตั้งข้อสงสัยไว้เลยว่ามีอะไรในกอไผ่แน่ๆ
  • เมื่อเขาอยู่ข้างนอกโดยที่คุณไม่อยู่ด้วย ในตอนแรกให้คิดก่อนว่า ผู้ชายทุกคนมีสังคมของตัวเองทั้งนั้น การที่เขาจะไปข้างนอกกับเพื่อนฝูงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่มันจะแปลกก็คือเมื่อเขาหายไปกับเพื่อนแล้วหายไปเลยไม่ยอมรับโทรศัพท์หรือไม่ตอบข้อความอันนี้เป็นเรื่องที่น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่งค่ะ หากคุณเป็นสาวร้ายและฉลาดเรื่องเทคโนโลยีก็ควรที่จะลงโปรแกรมที่โชว์พิกัดหรือ จีพีเอสไปเลยแต่ขอย้ำว่าอย่าให้เค้ารู้เพราะจากที่เราจะไปสแกนเค้าจะมาโทโหเปลี่ยนเรื่องใส่คุณแทนค่ะ ฉะนั้นถ้าไม่อยากที่จะพลาดเรื่องเล็กควรติดตั้งมันให้ดีหรือควรตกลงกันว่าถ้าเค้าออกไปข้างนอกก็ควรที่จะรับโทรศัพท์ของคุณด้วยค่ะ
  • เช็คโทรศัพท์ยังไงให้เนียน การที่เป็นคนเราจะเป็นแฟนกันการล่นโทรศัพท์หรือหยิบโทรศัพท์นั้นเป็นเรื่องที่ธรรมดามากๆ ถ้าเค้ายังลังเลสิ่งแรกที่คุณจะคิดคือ มีบางสิ่งบางอย่างผิดแปลกไป แต่ถ้าคุณอยากจะตรวจดูโทรศัพท์จริง ก็ลงเกมส์ที่คุณชอบหรือเล่นอยู่แล้ว ลงในโทรศัพท์ของเขาเพื่อเป็นโอกาสในการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโดยง่ายอาจจะอ้างว่า ก็อยากได้ไอเท็มหรือเล่นเกมส์ในโทรศัพท์ของเขาแทน ในช่วงเวลาที่คุณเช็คนั้นควรที่จะลบ History ออกไปด้วยเพราะเขาอาจจะเช็คมันได้ ดังนั้นถ้าอยากที่จะเช็คประวัติการโทรหรือข้อความก็ควรที่จะฉลาดด้วย
  • ผ้าเช็ดตัวนาโนเนื้อบางเบา เหมาะซับหรับเด็กมาก ทั้งซับน้ำได้ดี แห้งไว ห่อตัวง่าย ขนาด 70*140วม. ผืนใหญ่ ลายน่ารัก สีไม่ตกและไม่ระคายเคืองผิว ไม่เป็นขนด้วยจ้า
  • ผ้าเช็ดตัว

เมื่อแฟนเรายังคุยกับแฟนเก่า ทำยังไงดี3

ในตอนแรกคุณอาจจะสับสนว่าทำไมแฟนเก่ถึงอยากที่จะกลับมาคุยกับแฟนของคุณ ซึ่งคุณเองเองก็อาจจะต้องมานั่งคิดว่าทำไมนะ ทีฉันเองยังไม่อยากกลับไปคุยกับแฟนเก่าเลยให้ตายสิ(เพราะมันอาจจะเลวร้ายกว่าเดิมมาก) แต่เชื่อเถอะค่ะว่า มันมีหลายสาเหตุที่ทั้งสองคนยังกลับมาพูดคุยกันหรือเจอหน้ากัน แต่ทำไมน่ะเหรอเรามีคำตอบ

  • เพื่อปรึกษา หลายคู่ที่เลิกลาไปแล้วแต่ยังคงความเป็นเพื่อนแต่หลายครั้งการที่อาจจะรบกวนคุณเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าแฟนเก่าของแฟนคุณมีปัญหาคราวไหนก็จะกลับมาปรึกษาคนรักของคุณเป็นคนแรกซึ่งมันไม่ควรที่จะเกิดขึ้นเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก เรื่องเรียน เรื่องงานหรือเรื่องต่างๆ ซึ่งมันอาจจะไม่มีอะไรในกอไผ่ก็ได้ แต่ที่ถ้ามันรบกวนหัวใจของคุณก็ควรที่จะบอกเขาหรือเธอได้เลย เริ่มต้นจากการพูดคุยกันธรรมดาอย่าใส่อารมย์เด็ดขาดเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างไรซะ ถ้ามันไม่ก้าวก่ายกันมากก็ไปเอาหูไปนาเอาตาไปไร่บ้างก็ดีค่ะ  หรือถ้าคุณอยากเป็นสาวใจดี ก็ให้คำแนะนำกับเขาไปเลย แบบนี้เรียกว่ายิ่งทำคะแนนให้ตัวคุณเองอีกด้วย
  • แค่พูดคุย บางครั้งอาจจะเป็นฝ่ายใดฝ่ายนึงเป็นคนเริ่มติดต่อไปก่อนก็ได้ แต่ถ้าหากทั้งคู่ยังคุยกันในเรื่องสัพเพเหระล่ะก็ เพื่อรับรู้ความเคลื่อนไหวต่างๆ ของกันและกันตามประสาคนเคยรู้ใจซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ใหญ่มากนัก ถ้าทั้งคู่แค่พูดจากันนานๆ ครั้งเพื่ออัพเดทเรื่องราวต่างๆ คุณก็ไม่ควรเต้นจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตนะคะ เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ทำใจยากแต่มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่รับไม่ได้เลยทีเดียว คุณอาจจะถามไถ่ได้ตามปกติค่ะ แต่ไม่ควรเหน็บแหนมจนดูน่ารำคาญไปกันใหญ่จนเขาอาจจะหันหัวไปทางแฟนเก่าของเขาก็ได้
  • เพื่อต้องการสานสัมพันธ์ต่อ อันนี้อาจจะเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องที่คุณกลัวที่สุดใช่มั้ยล่ะคะ ซึ่งคุณสามารถเช็คประวัติการพูดคุยได้ตามโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ ทั้ง faebook, line หรือทางช่องทางอื่นๆ เรียกว่าต้องจับให้มั่นคั้นให้ตายกันไปข้างนึง ถ้าถ่ายรูปหลักฐานเอาไว้ได้ก็ยิ่งดีเลยล่ะค่ะ เพราะการกระทำแบบนี้ปรบมือข้างเดียวไม่ดังแน่ๆ ฉะนั้นอย่ากลัวหรืออย่าใจอ่อนง่ายๆ เลยเชียว

และเมื่อจะต้องเปิดปากพูดคุณควรทำอย่างไรล่ะ

  1. พูดด้วยเหตุผลและอิงหลักฐาน เมื่อคิดที่จะพูดอะไรก็แล้วแต่ อย่ายกเมฆขึ้นมาเด็ดขาดถ้าคุณจะพูดถึงมันแล้วควรควบคุมอารมณ์เป็นอย่างมาก คุณทั้งสองคนควรใช้เหตุผลและอ้างอิงหลักฐานที่เก็บเอาไว้ อย่าตะโกน อย่าตวาด อย่าทำให้มันดราม่าเกินไปจนเขาหรือเธอคิดว่า ไม่อยากคุยกับคุณและเดินจากไป คุณอาจจะบอกเขาตรงๆ ว่า “คุณไม่สบายใจกับสิ่งที่เขาทำอยู่” “คุณไม่ได้ไม่เชื่อใจแฟนของคุณ เพียงแต่คุณรู้สึกอิจฉาทุกครั้งที่คุณและแฟนเก่าของคุณคุยกัน” ในการพูดความจริงและซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกออกไปจะทำให้คนรักของคุณเข้าใจคุณมากขึ้น
  2. ความรู้สึกของคุณไม่ได้ถูกเสมอไป เพราะคุณยกเอาความรู้สึกขึ้นมาเป็นเหตุผลโดยไม่มีหลักฐานอะไรมาควบคู่หรือประกอบการพูดคุย ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเข้าข้างตัวเองโดยการเชื่อความรู้ของตัวเองเป็นใหญ่แล้วโวยวายหรือจินตนาการไปใหญ่ มันไม่ได้ทำร้ายใครเลยนอกจากความรู้สึกของตัวคุณเอง คุณควรที่จะคิดบวกเอาไว้ก่อนและเข้าใจความรู้สึกของแฟนคุณด้วย
  3. คิดถึงความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองคนให้มาก อย่างที่กล่าวเอาไว้ในตอนต้นการเข้าใจความรู้สึกของกันและกันจะทำให้คุณเข้าใจถึงเหตุผลร้อยแปดที่เขาจะอธิบายให้คุณฟังได้ คิดถึงเรื่องดีๆ ที่ทำมาด้วยกันให้มาก และถ้าเมื่อเข้าใจกันแล้วก็ควรที่จะก้าวต่อไปและย้ำว่าคุณไม่อยากให้อะไรๆ มันแย่ไปกว่านี้ ในการพูดคุยของคุณทั้งสองคนนั้นอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณสั่นคลอน (สำหรับสาวขี้หึงแบบสุดพลัง) ควรที่คุยกันแบบ Make it Clear เสียตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พูดคุย และอย่าพูดถึงมันอีกจนกว่าเขาจะทำผิดจากที่ตกลงกันเอาไว้ค่ะ
  4. ผ้าห่มเด็ก ผ้าห่มนาโน เนื้อผ้าผ้าขนหนู ลายน่ารัก สีสดใส ขนาด 110*110 ซม. ห่มสบายไม่ระคายเคืองผิว สินค้าพร้อมส่งจรา้ ไม่เป็นขลุย ไม่เป็นขน รีบๆสั่งเข้ามานะจ๊า ช้าหมดอดจ้า รีบๆเลยน้า
  5. ผ้าห่มนาโน

เมื่อแฟนเรายังคุยกับแฟนเก่า ทำยังไงดี…2

มันเป็นเรื่องที่ช่างรับมือค่อนข้างยากถ้าหากจะต้องมาจัดการเรื่องแบบนี้ให้ปวดหัวแต่อย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินใจทำอะไรลงไปเด็ดขาดทีเดียวนะคะ เพราะในบางครั้งมันอาจจะไม่มีอะไรในกอไผ่ก็ได้เพราะฉะนั้นการตั้งสติเพื่อแก้ปัญหานั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากอีกทั้งจะโวยวายไปก็ใช่เรื่อง หากสิ่งนี้เกิดขึ้นจริงๆ ล่ะก็ สิ่งที่คุณควรจะทำต่อไปนี้คือ

  • ตั้งสติ หากคุณเป็นสาวที่ขี้โวยวายไม่ว่าจะเจออะไรมาเก็บไม่เป็นทั้งนั้น อย่างแรกคือคุณควรที่จะตั้งสติเสียก่อน นับ 1 ถึง 10 ถึงพัน หรือถึงหมื่นไปเลยก็ได้ค่ะ เพราะการทำอะไรลงไปด้วยความวู่วามนั้นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยสักนิด หากมันเป็นเรื่องจริงมันก็ดีไป แต่ถ้าเรื่องจริงแล้วมันไม่มีอะไรคุณอาจจะกลายเป็น “แฟนสาวที่ขี้หึงขี้หวง” ไปได้ ที่สำคัญอาจจะทำให้ไก่ตื่นได้คุณเองก็อาจจะไม่ได้ความจริงที่รออยู่ก็ได้นะคะ
  • เริ่มสังเกตพฤติกรรม การสังเกตพฤติกรรมนั้นอาจจะไม่ต้องทำแบบโต้งๆ หรือคอยจับผิดอยู่ตลอดเวลาเพราะผู้ชายไม่ได้โง่นะคะ สิ่งที่คุณควรทำคือ การทำตัวให้ฉลาดกว่าค่ะ การสังเกตพฤติกรรมนั้นคือ พฤติกรรมต่อไปนี้ค่ะ
  • การใช้โทรศัพท์ หรือ คอมพิวเตอร์ เพราะถ้าหากว่าในเมื่อก่อนนั้นคนรักของคุณวางโทรศัพท์ให้เกลื่อนกลาด คิดจะวางตรงไหนก็วางแต่ในตอนนี้กลับเอาโทรศัพท์ติดตัวหรือซ่อนในที่ๆ ไม่เคยวาง หรืออาจจะเปลี่ยนรหัสในโทรศัพท์ หรืออีเมล อยู่บ่อยครั้ง นั่นให้สงสัยเอาไว้ได้เลยค่ะว่า อาจจะมีอะไรบางอย่างผิดแปลกไป หรือที่สำคัญเขาหรือเธอกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง
  • ธุระหรืองานที่มากขึ้น จากที่ไม่เคยต้องออกไปทำงานนอกเวลาหรือกลับบ้านกลับช่องดึกๆ โดยไม่มีสาเหตุแต่กลับกลายเป็นเรื่องที่เกิดบ่อยขึ้นอย่างผิดสังเกต การเอาเวลางานหรือเวลาที่ออกไปกับเพื่อนมันเยอะจนเกินพอดีแบบนี้ หรือมีโทรศัพท์มาแล้วรีบออกไปแบบนี้เป็นเรื่องที่น่าสงสัยมากๆ ค่ะ
  • ตามตัวยากกว่าเดิม ไม่ว่าจะโทรไปหาหรือการตอบไลน์ โปรแกรม Chat ต่างๆ ที่มีพฤติกรรมมันผิดแปลกออกไปเพราะว่ากว่าจะตอบหรือรับโทรศัพท์นั้นใช้เวลาที่มากหนือนานพอสมควร หรือแม้แต่เวลาจะคุยก็ต้องกระซิบกระซาบซึ่งไม่เหมือนเมื่อก่อน  (แต่ถ้าเมื่อก่อนจะพูดจาอะไรก็จะกระซิบกระซาบนั้น ขอให้ทำใจดีๆ เอาไว้นะคะ)  ขอให้ตั้งสมมุติฐานเอาไว้ได้เลยว่า น่าจะมีมูลค่ะ
  • เมื่อเขาหรือเธอเริ่มดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่แปลกที่แฟนของคุณจะเริ่มดูแลตัวเองถ้าเขาหรือเธอทำเป็นประจำ แต่ถ้ามันเหมือนกับว่าแฟนของคุณทำดีเกินงามนั้นอาจจะเป็นตัวแปรที่ค่อนข้างสำคัญเพราะการที่คนเราจะเริ่มดูแลตัวเองนั้น อาจจะมีเหตุผลที่แสนลึกล้ำไปกว่านั้น ซึ่งเหตุผลที่สำคัญคือ การที่คนเราจะอยากที่จะดูดีนั้นคือ การอยากจะสร้างความประทับใจให้กับคนรอบข้างหรือคนพิเศษที่สนใจให้ชื่นชอบในรูปร่างของตัวเองซึ่งเป็นพฤติกรรมทางธรรมชาติของมนุษย์ค่ะ
  • เมื่ออารมณ์ของเขาหรือเธอผิดแปลกไปจากเดิม อันนี้อาจจะไม่นับในช่วงวันนั้นของเดือนถ้าคนรักของคุณเป็นผู้หญิง แต่สิ่งที่สำคัญคือ เมื่อคุณเริ่มที่จะตั้งคำถามอะไรสักอย่างอย่างเช่น “เมื่อคืนไปไหนมา” “วันนี้ทำอะไร” เป็นต้น ทั้งๆ ที่เนคำถามง่ายๆ แต่กลับเป็นคำถามที่ทำให้เขาหรือเธอต้องโมโหอย่างไม่มีสาเหตุจนได้ นั่นเป็นอีกข้อสังเกตที่หาสงสัยว่า เขาหรือเธออาจจะมีลับลมคมในอะไรบางอย่างซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่น่าไว้ใจสักนิดค่ะ
  • อย่าพยายามก้าวก่าย เลิกนะคะ เรื่องที่จะเข้าไปก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของเขา ยิ่งคนรักของคุณเป็นคนที่หงุดหงิดง่ายหรือมีโลกส่วนตัวสูง การเข้าไปยุ่งกับชีวิตของเขานั้นมันเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะทำอย่างยิ่ง แต่ควรที่เข้าไปในชีวิตของเขาแบบเงียบๆ อย่างเช่น การดูพฤติกรรมในการออกไปข้างนอกคุณอาจจะหาเรื่องติดรถไปด้วยเพราะอยากจะช้อปปิ้ง หรือมีธุระแถวๆ นั้น แล้วคอยดูทีท่าของคนรักของคุณเองจะดีกว่าว่าเขาหรือเธอจะทำยังไงคะ

 

เมื่อแฟนเรายังคุยกับแฟนเก่า ทำยังไงดี…1

ไม่ว่าเป็นใครก็คงต้องแอบเจ็บจี๊ด ถ้าหากคนรักของคุณยังคงติดต่ออยู่กับคนรักเก่าของเขาหรือเธออยู่ มันไม่ใช่เรื่องการที่คนทั้งสองคนไม่เชื่อใจหรอกนะคะ เพราะมันอาจจะทำให้เกิดการรำคาญใจอีกทั้งเกิดอาการขัดหูขัดตาแถมยังขัดใจคนเป็นแฟนคนปัจจุบันอีกด้วย การที่เราต้องมานั่งคอยระแวงระวังว่าถ่านไฟเก่ามันจะประทุขึ้นมาเมื่อไรมันคงทำให้เจ็บปวดอยู่ไม่น้อย ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจากหลายทางด้วยกันค่ะ

  • ทาง Social Network เพราะอินเตอร์เน็ตนั้น ทำให้การสื่อสารของคนหลายคนกลายเป็นเรื่องง่ายดายจนบางทีมันทำให้เกิดการต้องมาระวังสงสัยกันมากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นทาง Facebook, Line, Instagram หรือโปรแกรม Chat อื่นๆ และเป็นหนึ่งหนทางในการที่คนรักของคุณจะติดต่อกับแฟนเก่าของเขาอีกด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่แฟร์เสียเลยกับการกระทำแบบนี้
  • ทางโทรศัพท์ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าหากว่า ใครสักคนจะโทรหาใครคนนึงแต่อาจจะทำให้คุณต้งสะดุ้งเมื่อหวยมาลงที่แฟนเก่าของเขาซึ่งเรียกง่ายๆ ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่น่าเอามาพูดสักเท่าไรนัก เพราะถ้าไม่ได้จับได้ต่อหน้าต่อตาก็คงจะหยิบมาพูดคุยกันแบบจริงจังไม่ได้อย่างแน่นอน
  • เจอกันต่อหน้าแบบตัวต่อตัว ไม่ว่าจะเป็นตามงานต่างๆ เช่นการรวมรุ่นหรืองานเลี้ยงต่าง นี่ไม่รวมถึงแฟนของคุณและแฟนเก่าของเขามีเพื่อนกลุ่มเดียวกันหรือทำงานที่เดียวกัน ซึ่งอันที่จริงแล้วมันอาจจะเป็นเรื่องที่ควบคุมค่อนข้างยาก  สาวๆ ส่วนใหญ่คงไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายชีวิตของแฟนคุณหรอกนะคะ

หากมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมันคงเป็นเรื่องที่น่ารำคาญใจให้กับสาวๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว อันที่จริงก่อนที่เราจะตีโพยตีพายไปนั้นเราควรที่จะหาสาเหตุหรือคิดในแง่ดีเอาไว้ก่อนจะดีกว่า เราลองมาสังเกตก่อนที่จะโมโหเค้ากันดีกว่าค่ะ

  • เมื่อทั้งสองคนยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน มันอาจจะฟังดูเป็นเรื่องยากสักหน่อย แต่ในความเป็นจริงแล้วมีหลายคู่ที่ยังคงเป็นความสัมพันธ์และมิตรภาพที่ดีต่อกันเอาไว้ ซึ่งทั้งคู่อาจจะผ่านเรื่องราวอันน่าเจ็บปวดไปได้และบริหารมันได้ดี การที่ทั้งสองยังคงความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนนั้นคุณเองอาจจะเป็นคนที่กระวนกระวายแทน ฉะนั้นควรทำตัวให้นิ่งที่สุดในสถานการณ์นี้
  • เมื่อเขากลายเป็นที่ปรึกษาเมื่อเธอหรือเขาเกิดทุกข์ใจ การที่เคยเป็นคนที่รู้ใจกัน แฟนเก่าของแฟนคุณ อาจจะเลือกเขาเป็นคนแรกๆ การพูดคุยเพื่อปรึกษาปัญหาต่างๆ นั้นอาจจะไม่มีอะไรในกอไผ่หรืออาจจะเป็นตัวชนวนที่สามารถจุดกองไฟที่ดับไปแล้วก็ได้ ฉะนั้นอย่าไว้วางใจกับเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด ไม่ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้
  • เมื่อทั้งคู่มีเพื่อนอยู่กลุ่มเดียวกัน มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบนี้เพราะถ้าหากทั้งคู่ยังมีความเกี่ยวข้องกันทางสังคมหรือเพื่อนนั่นเอง มันจึงไม่ใช่เรื่องที่ควรนิ่งนอนใจ คุณควรที่จะอยู่ห่างๆ แต่ควรที่จะคุมสถานการณ์เอาไว้อย่างมีสติที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรื่องนี้หากเหวี่ยงหรือทำอะไรลงไปมันอาจจะยิ่งทำให้คุณดูแย่ในสายตาเพื่อนของเขาอีกด้วย
  • เมื่อทั้งคู่ต้องทำงานหรือเรียนที่เดียวกัน      ความรักที่เกิดขึ้นในที่ทำงานและเมื่อมันไปไม่รอดแต่มันต้องจบลง สถานการณ์ของคนทั้งคู่คงต้องเผชิญกับความน่ากระอักกระอ่วมพอสมควรแต่เมื่อคุณเป็นแฟนคนปัจจุบันที่ต้องทนอยู่กับสถานการณ์แบบนี้ถ้าคิดจะโวยวายไปหรือเรียกร้องให้เขาถึงกับต้องเปลี่ยนงานนั้นก็คงจะเกินไป ความหนักแน่นนั้นเป็นเรื่องที่คุณต้องทำเป็นอย่างมาก เรื่องนี้ไม่เว้นแม้แต่เมื่อทั้งคู่ต้องติดต่อประสานงานด้วยกันก็คงต้องคอยเฝ้าระวังอีกด้วย

 

ออกกำลังกายต้านมะเร็ง

แม้ว่าทุกวันนี้โรคมะเร็งจะกลายเป็นหนึ่งในโรคที่หลายคนหวาดกลัว แต่รู้ไหมว่าเราสามารถที่จะป้องกันตัวจากโรคมะเร้งได้ ด้วยการดูแลสุขภาพร่างกายของเราให้สมบูรณ์แข็งแรง และวิธีหนึ่งที่จะทำให้สุขภาพดีนั่นก็คือการออกกำลังกาย วันนี้เราเลยนำเทคนิคดี ๆ ในการออกกำลังกายเพื่อป้องกันมะเร็งมาฝากค่ะ

การออกกำลังกายป้องกันตัวเองจากมะเร็งนั้นต้องทำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมในการรับมือกับความผิดปรกติที่จะเกิดขึ้น โดยการออกกำลังกายที่ส่งผลดีต่อร่างกายมากที่สุดสำหรับวัยกลางคน คือการออกกำลังกายในระดับปานกลางอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที หรือออกกำลังกายอย่างหนักอย่างน้อยสัปดาห์ละ 75 นาที โดยอาจจะแบ่งออกกำลังกายสามครั้งต่อสัปดาห์ จะดีต่อร่างกายมากกว่าโหมออกกำลังกายหนักในวันเดียว สำหรับเด็กและวัยรุ่นนั้นสามารถออกกำลังกายได้หนักกว่าวัยกลางคนเนื่องจากมีร่างกายที่แข็งแรงกว่า จึงสามารถที่จะออกกำลังกายในระดับความหนักเต็มที่ได้ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อวัน และควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสามวันต่อหนึ่งสัปดาห์

สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย อาจจะใช้วิธีการทำงานบ้านหรือกิจกรรมที่ได้ออกแรงเช่น เดินขึ้นบันได ใช้รถจักรยานแทนรถมอเตอร์ไซค์ ทำสวน ฯลฯ เพื่อให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ และควรจะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการอยู่นิ่ง ๆ เป็นเวลานาน เช่นการเล่นคอมพิวเตอร์นาน ๆ การนอนดูทีวี ซึ่งทำให้ร่างกายใช้พลังงานได้น้อย และร่างกายก็จะอ่อนแอได้ง่าย เมื่อเกิดความผิดปรกติจากมะเร็ง

การออกกำลังกายหรือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ใช่วิธีที่จะป้องกันการเกิดมะเร็งได้ 100% เนื่องจากโรคมะเร็งนั้นเกิดจากปัจจัยหลากหลายรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ ชาติพันธุ์ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ดังนั้นการออกกำลังกายจึงถือว่าเป็นเพียงการลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง และเป็นการการเตรียมร่างกายให้พร้อม มีภูมิคุ้มกันเพียงพอเมื่อเกิดความผิดปรกติที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายได้นั่นเอง

 

มะเร็งทวารหนักจากการมีเพศสัมพันธ์

ทุกวันนี้โลกของเราเปิดกว้างทางความคิดมากขึ้น การรักเพศเดียวกันไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป และเมื่อมีความรักเพศสัมพันธ์ก็ต้องตามมา แต่การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่มีการป้องกันนั้นอาจจะนำมาซึ่งโรคติดต่อทางเพสสัมพันธ์เช่นเดียวกับการมีเพศสัมพันธ์กับคนต่างเพศ โดยเฉพาะมะเร็งทวารหนักซึ่งอาจจะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ทางประตูหลังได้

โรคมะเร็งทวารหนักที่เกิดจากการมีเพสสัมพันธ์ เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ทางประตูหลังโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย เนื่องจากอวัยวะเพศชายนั้นอาจจะมีเชื้อเอชพีวี ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกแปดเปื้อนอยู่ และเนื้อเยื่อบริเวณทวารหนักนั้นก็มีความคล้ายคลึงกับมดลูก ดังนั้นผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางประตูหลังโดยไม่ใช่ถุงยางอนามัยจึงมีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะเกิดมะเร็งทวารหนักได้

มะเร็งทวารหนักนั้นจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์สุขภาพดีจนเป็นเซลล์ที่ผิดปรกติ จากนั้นเซลล์ผิดปรกตินี้จะเกิดการแบ่งตัวโดยที่ร่างกายควบคุมไม่ได้ จะสะสมกันเป็นก้อนเนื้อ จากนั้นจึงค่อย ๆ ลุกลามไปยังเซลล์อื่น ๆ และแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ต่อไป มะเร็งทวารหนักนั้นจะเกิดกับช่องทวารหนักซึ่งเป็นท่อสั้น ๆ ที่ต่อเชื่อมกับปากทวารหนัก หากมีการขยายตัวของเซลล์มะเร็งจะมีอาการเตือนต่าง ๆ เช่น มีเลือดไหลออกจากทวารหนัก มีอาการเจ็บ หรือมีก้อนเนื้อในช่องทวารหนัก มีอาการคันบริเวณปากทวารหนัก ซึ่งอาการจะมีความคล้ายคลึงกับโรคริดสีดวงทวาร แต่เมื่อมะเร็งลุกลามก็อาจจะแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกายได้ แต่หากผู้ป่วยรู้ตัวแบบเนิ่น ๆ ก็สามารถรักษาให้หายขาดด้วยการผ่าเอาเนื้อร้ายออกและทานยาหรือทำเคมีบำบัดหรือฉายรังสีร่วมด้วย

อย่างไรก็ตามมะเร็งทวารหนักไม่ได้เกิดเฉพาะกับคู่รักเพศเดียวกันเท่านั้นคู่รักต่างเพศที่มีเพศสัมพันธ์ทางประตูหลังแต่ไม่ใช่ถุงยางอนามัย ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งทวารหนักได้เช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าจะเพศไหนก็ต้องมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยเพื่อสุขภาพของเรานั่นเองค่ะ

 

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะโรคอันตรายของสิงค์อมควัน

กระเพาะปัสสาวะนั้นเป็นอวัยวะสำคัญส่วนหนึ่งของร่างกาย เพื่อเป็นส่วนที่ช่วยขับถ่ายเอาของเสียที่ตกค้างอยู่ในร่างกายออกมาทางปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะจึงมีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะได้สัมผัสกับสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่เป็นสิงค์อมควันทั้งหลาย เรามาดูกันดีกว่าค่ะเหตุใดการสูบบุหรี่จึงมีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

การเกิดมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะนั้นเกิดจากการที่เมือกในกระเพาะปัสสาวะมีการแบ่งตัวผิดปรกติจนกลายเป็นก้อนเนื้อร้าย และแพร่ลามไปสู่อวัยวะอื่น ๆ สำหรับสาเหตุของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะนั้นแม้จะยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเกิดจากอะไร แต่ก็มีการพบความสัมพันธ์ระหว่างการสูบบุหรี่และการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ เนื่องจากสารก่อมะเร็งในบุหรี่นั้นสามารถซึมผ่านเลือด และไประบายออกที่กระเพาะปัสสาวะนั่นเอง กระเพาะปัสสาวะจึงมีโอกาสที่จะได้สัมผัสกับการก่อเร็งได้ และด้วยสาเหตุนี้เองที่อาจจะทำให้มะเร็งกระเพาะปัสสาวะเกิดในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงหลายเท่า และยังเป็น โรคมะเร็งที่ติดหนึ่งในสิบของมะเร็งที่เกิดกับชายไทย

แต่นอกจากการสูบบุหรี่ เรายังพบความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมและสารเคมีบางอย่างที่เกี่ยวกับการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะอีกด้วย อาทิเช่นการติดโรคพยาธิใบไม้ในเลือด ซึ่งสามารถชอนไชเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ การสูดดมสารเคมีที่มีอยู่ในสีย้อมผ้า สีย้อมผม อุตสาหกรรมเสื้อผ้า ยางรถและสายไฟฟ้า อีกด้วย

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะในระยะแรกนั้นมักไม่ปรากฏอาการที่ทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวด โดยอาจจะมีเพียงเลือดที่ปนกับปัสสาวะเล็กน้อยเท่านั้น หรืออาจจะมีอาการคล้ายท่อปัสสาวะอักเสบ ซึ่งจะมีอาการแสบร้อนเมื่อถ่ายปัสสาวะ จนเมื่อเซลล์มะเร็งกระจายสู่อวัยวะอื่น ๆ อาการของโรคมะเร็งจึงจะปรากฏให้เห็นชัดเจน

โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะนั้นอาจจะไม่ได้อยู่ในความใส่ใจของคนไทยเท่าโดยเฉพาะเพศชายเท่าไหร่นัก แต่หากเป็นแล้วก็ถือว่าอันตรายไม่ต่างจากมะเร็งชนิดอื่นเลยทีเดียว ดังนั้นเลือกสูบบุหรี่เพื่อป้องกันตัวเองจากมะเร็งกระเพาะปัสสาวะกันเถอะค่ะสิงค์อมควันทั้งหลาย

 

ป้องกันตนเองจากมะเร็งกระเพาะอาหาร

กระเพาะอาหารนั้นเป็นที่ซึ่งอาหารที่เรากินเข้าไปถูกนำไปสะสมไว้เพื่อย่อยและเตรียมดูดซึมสารอาหารไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนั้นกระเพาะอาหารย่อมจะเป็นส่วนที่เสียงจะได้สัมผัสกับสิ่งแปลกปลอมหรือสารพิษต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนกับอาหาร ที่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่ามะเร็งกระเพาะอาหารเป็นอย่างไร และจะป้องกันตัวจากโรคร้ายนี้ได้อย่างไร

แม้ทางการแพทย์จะไม่สามารถวินิจฉัยอาการแรกเริมของมะเร็งกระเพาะอาหารเนื่องจากอาการในระยะแรกนั้นไม่ต่างจากโรคแผลในกระเพาะอาหารทั่วไป แต่หากคุณมีอาการ ท้องอืด แสบร้อยทรวงอก คลื่นไส้ อาเจียนถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลด ปวดท้อง และมีภาวะซีดเนื่องจากโลหิตจาง ก็ควรไปพบแพทย์เพราะคุณกำลังมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้

มะเร็งกระเพาะอาหาร เริ่มจากการแบ่งตัวอันผิดปรกติของเซลล์ที่ร่างกายควบคุมไม่ได้ จากนั้นจะค่อย ๆ ลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกาย และด้วยความที่กระเพาะอาหารนั้นอยู่ใกล้กับอวัยวะสำคัญหลายอย่างในช่องท้อง จึงอาจจะทำให้อาการของผู้ป่วยยิ่งทรุดหนัก เช่นเมื่อมะเร็งกระจายไปยังตับอาจจะทำให้ตับโต ดีซ่าน เมื่อกระจายไปที่ปอดจะทำให้หอบ หายใจลำบาก เมื่อกระจายไปยังรังไข่ก็อาจจะมีก้อนเนื้อบริเวณรังไข่ได้

การรักษามะเร็งกระเพาะอาหารนั้นอาจจะต้องทำการตัดเอากระเพาะอาหารออกแล้วต้อท่ออาหารกับลำไส้เล็กเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถทานอาหารได้ แต่ระบบการย่อยอาหารก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลงไปเช่นไม่สามารถทานอาหารแข็งได้ แต่การรักษาก็อาจจะมีการใช้เคมีบำบัดและการฉายแสงเข้าร่วมเพื่อลดขนาดของเนื้อร้ายให้เล็กลงก่อนผ่าตัดหรือใช้ยับยั้งไม่ให้เซลล์มะเร็งกระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

แม้จะฟังดูน่ากลัวแต่เราก็สามารถที่จะป้องกันตัวเองจากโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ด้วยการ ลดอาหารประเภทปิ้งย่าง มีอาหารหมักดอง และอาหารที่มีรสเค็มจัด รวมถึงงดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และหมั่นดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงสม่ำเสมอ

 

 

มะเร็งกล่องเสียงต้องกันก่อนแก้

แม้ว่ามะเร็งกล่องเสียงนั้นจะพบเพียงร้อยละสองของมะเร็งชนิดต่าง ๆ แต่เชื่อหรือไม่ว่าในประเทศไทยของเราก็พบโรคมะเร็งชนิดนี้เช่นกัน โดยเฉพาะกับผู้ชายซึ่งมีความเสี่ยงต่อมะเร็งกล่องเสียงมากกว่าผู้หญิงถึงสี่ถึงห้าเท่า นั่นเพราะการสูบบุหรี่ซึ่งมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งกล่องเสียงนั่นเอง

แม้เราจะยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัดของมะเร้งกล่องเสียงแต่อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่าแพทย์พบว่าการสูบบุหรี่นั้นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งกล่องเสี่ยง และยังมีพฤติกรรมอื่นที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งกล่องเสียงอีก ไม่ว่าจะเป็นการไม่รับประมานผักผลไม้จนขาดสารอาหาร การสูดเอาฝุ่นละอองจากไม้หรือใยหิน รวมไปถึงการมีโรคกรดไหลย้อน รวมถึงการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกเพียงแต่ต่างสายพันธุ์กันเท่านั้น

อาการเตือนในระยะเริ่มแรกของมะเร็งกล่องเสียงคืออาการเจ็บคอ เสียงแหบ ไอมีเสมหะและอาจจะมีเลือดปนออกมา เมื่อเซลล์มะเร็งเติบโตจนเป็นก้อนใหญ่ จะมีอาการหายใจลำบาก และในสุดเซลล์มะเร็งก็จะลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ และทำอันตรายกับร่างกายของเราจนอาจจะถึงแก่ชีวิตในที่สุด มะเร็งกล่องเสียงนั้นเป็นมะเร็งที่มีความรุนแรงในระดับปานกลาง สามารถทำการรักษาได้ด้วยการผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกแล้วกินยา รวมถึงการฉายรังสีหรือให้เคมีบำบัดในผู้ป่วยบางราย

ทุกวันนี้แม้จะยังไม่มีวิธีที่จะตรวจพบว่าเป็นมะเร็งกล่องเสียงในขั้นตอนที่ยังไม่มีอาการ แต่หากเรามีอาการเสียงแหบเกินสองสัปดาห์ก็สามารถที่จะไปหาหมอเพื่อตรวจมะเร็งกล่องเสียงได้ อย่างไรก็ตามเราสามารถป้องกันมะเร็งกล่องเสียงด้วยการงดสูบบุหรี่และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ป้องกันเอาไว้ย่อมดีกว่าแก้ไขเมื่อบานปลายใช่ไหมละคะ